สับเละร่างพ.ร.บ.กสทช.ใหม่ ทีดีอาร์ไอชี้5จุดด้อยเลวร้ายปิดกั้นประมูล-เปิดวิ่งเต้น


ประธานทีดีอาร์ไอ ชี้ร่าง พ.ร.บ. กสทช.ฉบับใหม่ ยังไม่เหมาะสม แจงจุดด้อย 5 จุด ปิดกั้น จำกัดเสรีภาพ ไม่มีการประมูล และก่อให้เกิดการวิ่งเต้น ฐากร ระบุขอเบิกจ่ายแบบตรวจสอบได้

นายสมเกียรติ ตั้งกิจวานิชย์ ประธานสถาบันวิจัย เพื่อการพัฒนาประเทศไทย หรือ ทีดีอาร์ไอ กล่าวภายในงานสัมมนา ” NBTC Policy Watch : 5 ปี กสทช.กับอนาคตการสื่อสารไทย ว่า ร่างพ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่กิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมฉบับใหม่ มีข้อที่ต้องจับตาสังเกต คือ 1.คุณสมบัติของผู้เข้ามาเป็นคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กสทช. ที่เขียนค่อนข้างปิดกั้น ทั้งในแง่อายุ และ คุณสมบัติของผู้ทำงาน ซึ่งเห็นว่าเป็นการปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่เข้ามาทำงาน รวมถึงไม่ได้ระบุว่า กรรมการจะต้องมาจากภาคส่วนไหน ซึ่งก็เป็นไปได้ว่า กรรมการ กสทช.อาจจะเป็นทหารทั้งหมดเลยก็ได้

ส่วนประเด็นที่ 2 คือ กรรมการสรรหา กสทช. ส่วนใหญ่กรรมการสรรหามาจากฝั่งตุลาการเกือบทั้งหมด ซึ่งไม่เห็นความเชื่อมโยงของกรรมการว่าจะมีความเข้าใจในกิจการกระจายเสียง และกิจการโทรคมนาคมหรือไม่

ในประเด็นที่ 3 ระบบตรวจสอบ กสทช. ก็ให้ความหวังกับราชการเกิน โดยร่างใหม่ระบุให้ สตง.ตรวจสอบ จึงถือว่าเป็นการเกาไม่ถูกจุดที่จะให้ กสทช.มีธรรมาภิบาลมากขึ้น ส่วนส่วนประเด็นที่ 4 เรื่องกฎ กติกา การแข่งขัน ในร่าง พ.ร.บ.ฉบับใหม่ อาจทำให้ไม่เห็นการประมูลในประเทศไทยอีกต่อไปเลยก็เป็นได้ เพราะกฎหมายเน้นการคำนึงถึงผลประโยชน์ของประชาชนและสาธารณะชนเป็นหลัก ไม่ใช่เม็ดเงิน โดยเฉพาะในด้านกิจการกระจายเสียง กฎหมายห้ามประมูล ส่วนด้านโทรคมนาคม แม้จะระบุว่าให้ใช้วิธีประมูล แต่ก็เปิดช่องให้คลื่นที่มีจำนวนไม่จำกัด ไม่ต้องประมูล โดยให้อำนาจ กสทช.ตัดสินใจว่าคลื่นใดควรประมูล

สำหรับประเด็นที่ 5 การบริการอย่างทั่วถึง ร่างกฎหมายใหม่กำหนดให้รัฐวิสาหกิจเป็นผู้ไปทำบริการสาธารณะให้ทั่วถึง แล้วรัฐจะจ่ายเงินให้รัฐวิสาหกิจ ตรงนี้อาจขัดกับหลักเกณฑ์การแข่งขัน

“สรุปแล้ว ถ้ากฎหมายเช่นนี้ผ่านสภานิติบัญญัติ จะเกิดปัญหาคือมรดกเก่าที่มีปัญหาจะไม่ได้แก้ไขเลย, การแข่งขันอย่างไม่เป็นธรรมจะคงอยู่และเพิ่มมากขึ้น, เสรีภาพของสื่อและประชาชนจะถูกลิดรอนไป เพราะเห็นความสำคัญกับความมั่นคงความกว่าเสรีภาพ เห็นความสำคัญของการแข่งขันมากกว่าการคุ้มครองผู้บริโภค, ระบบธรรมาภิบาลจะเสียไป หน่วยงานตุลาการจะถูกลากมาอยู่กับวงการที่มีการแข่งขันวิ่งเต้นมากและทำให้เกิดการวิ่งเต้นเกิดขึ้น” นายสมเกียรติกล่าว

ด้านนายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการ กสทช.กล่าวว่า ที่มาของคณะกรรมการสรรหา กสทช.นั้น เข้าใจว่า นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานคณะกรรมาธิการร่างรัฐธรรมนูญ ต้องการสร้างธรรมาภิบาลให้ กสทช. เนื่องจากที่ผ่านมา กสทช.มีปัญหาเรื่องการใช้จ่ายเงิน อย่างไรก็ดีภายในสัปดาห์หน้า ตนเองจะเข้าไปชี้แจงกับกรรมมาธิการศึกษา ที่ สนช.ตั้งขึ้นโดยสิ่งที่จะเสนอคือ การให้การบริหารจัดการรายได้ที่เกิดขึ้นจากการจัดสรรและกำกับดูแลของ กสทช.ทั้งนี้ ตนมองว่า ควรนำรายได้ที่เกิดขึ้นทั้งหมด นำส่งเป็นรายได้แผ่นดิน และเมื่อต้องการใช้เงินก็ให้ทำการเบิกจ่ายจากรัฐ ในรูปแบบเดียวกันกับงบประมาณทั่วไป เพื่อจะได้ตัดข้อสงสัยเรื่องความไม่โปร่งใสที่หลายฝ่ายเป็นกังวล อีกทั้งจะช่วยทำให้ กสทช.มีความน่าเชื่อถือมากยิ่งขึ้น.

ที่มา: ไทยโพสต์

You May Also Like