ทำอย่างไร จึงจะไม่ตกเป็นเหยื่อของนักปล่อยข่าวลือทาง Line?


ทำอย่างไร จึงจะไม่ตกเป็นเหยื่อของนักปล่อยข่าวลือทาง Line?

“ใครมีญาติที่เป็นมะเร็ง โดยเฉพาะ ระยะสุดท้าย ตอนนี้ มีเครื่องรักษา โดย ไม่ต้องผ่าตัด ชื่อเครื่อง HIFU เป็นเทคโนโลยีร่วมพัฒนา ญี่ปุ่น กับ จีน ยิงฆ่าเซลล์มะเร็ง จากภายนอก ไม่เจ็บ มีเครื่องเดียวในไทย และเป็นเครื่องทันสมัยที่สุด ในเอเชีย ติดต่อ.. ศูนย์การแพทย์ ….. ได้ตั้งแต่วันนี้ เวลาราชการ เป็นโรงพยาบาลในสังกัด คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัย…………………….Tel. ………………………… ช่วยส่งต่อด้วยครับ ได้บุญครับ”

เป็นตัวอย่างข้อความที่ถูกส่งต่อกันมาใน Application Line ประเภทกลุ่ม เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา ทั้งๆ ที่เป็นข้อความที่เคยมีการส่งต่อกันทาง Social Media อื่นๆ เมื่อประมาณ 3 ปีมาแล้ว และทางโรงพยาบาลที่ถูกอ้างถึงก็เคยออกมาปฏิเสธข่าวนี้ไปแล้ว หลังจากที่ต้องรับโทรศัพท์กันจนสายแทบไหม้

ข้อเท็จจริงตามข้อความนี้ ก็ปราศจากมูลความจริง แม้ว่า โรงพยาบาลแห่งนี้ จะซื้อเครื่องมือแพทย์ดังกล่าวมาจริง แต่ก็ไม่ได้มีคุณสมบัติเลอเลิศแบบที่ปรากฏอยู่ในข้อความนี้

ในทางกลับกัน ข่าวในวงการแพทย์ บอกด้วยว่า มีโรงพยาบาลหลายแห่งหลงเชื่อซื้อเครื่องมือแพทย์ที่ว่านี้มาใช้ และก็ใช้ไม่ได้ผลตามที่โฆษณาไว้ จนต้องทิ้งไว้กลายเป็นเศษเครื่องมือประดับโรงพยาบาลนั้นๆ ไป

จึงทำให้พอจะคาดการณ์แหล่งต้นตอของการปล่อยข่าวเช่นว่านี้ น่าจะเป็นผู้ที่มีส่วนได้เสียกับบริษัทที่ขายเครื่องแพทย์ชนิดนี้ ซึ่งต้องการสร้างกระแสให้เกิดความต้องการในหมู่ผู้บริโภค จนทำให้โรงพยาบาลต่างๆ หลงเชื่อไปซื้อมาไว้บริการคนไข้ แต่ก็ไม่ได้ผลอย่างที่โฆษณาเอาไว้

แต่เหตุที่แม้อายุของข้อมูลชิ้นนี้ จะยาวนานมาถึง 3 ปีแล้ว แต่ยังถูกส่งต่อไปเรื่อยๆ ผ่าน Line กลุ่มต่างๆ อยู่จนทุกวันนี้ ก็เพราะในตอนท้ายของข้อความเขียนว่า “…ช่วยส่งต่อด้วยครับ ได้บุญครับ” ทำให้บรรดาผู้ใช้ Line ทั้งหลายเห็นข้อความนี้แล้ว ก็อยากจะได้บุญโดยไม่ต้องออกแรงอะไรมาก แค่กด Copy ข้อความนี้ แล้วนำไปโพสต์ต่อในกลุ่ม Line อื่นๆ ที่ตัวเองเป็นสมาชิกอยู่ ก็คิดว่าได้ทำบุญแล้ว

ในความเป็นจริง คนที่ส่งข้อความนี้ต่อไป นอกจากจะไม่ได้บุญแล้ว ยังได้ทำบาปให้กับเจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาลที่ต้องคอยตอบคำถามของคนที่หลงเชื่อเพราะอยากจะรักษาโรคมะเร็งให้หาย อีกทั้งยังทำบาปกับผู้ที่หลงเชื่อต้องเสียเวลาเสียเงินในการโทรศัพท์ไปยังโรงพยาบาลดังกล่าวอีกด้วย

แม้ว่า ข่าวลือชิ้นนี้ จะเป็นข่าวลือที่ไม่ได้ร้ายแรงหรือสร้างความเสียหายมากนัก แต่ก็ได้สร้างปัญหาความวุ่นวายให้เกิดขึ้นในหมู่คนไทยที่ใช้ Line กลุ่มไม่น้อยทีเดียว แล้วหากเป็นข่าวที่อาจสร้างความเสียหายมากกว่านี้ จะทำเกิดผลกระทบตามมาอย่างไร ก็สุดที่จะประเมินได้

ดังนั้น ในภาวะที่จำนวนประชากรที่ใช้ Line Application ในประเทศไทย ยังคงเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็วตามจำนวนโทรศัพท์เคลื่อนที่ โดยล่าสุดตัวเลขเมื่อสิ้นเดือน ก.พ.2558 น่าจะอยู่ที่ประมาณ 35 ล้านบัญชี (บางคนอาจมีมากกว่า 1 บัญชี) ทั้งนี้ เนื่องจากเป็น Application ที่ใช้ง่าย และมีลูกเล่นโดยเฉพาะสติกเกอร์และเกมออนไลน์ ทั้งที่ให้โหลดฟรีและเสียเงินให้ใช้อย่างหลากหลาย

ปัจจุบัน Line ถูกใช้ทั้งเป็นช่องทางในการสื่อสารระหว่างบุคคลและ “กลุ่มบุคคล” ซึ่งการใช้ Line กลุ่มนั้น มีการใช้กันแพร่หลายทั้งในกลุ่มเพื่อน และกลุ่มคนทำงาน ทั้งในภาครัฐและเอกชน นับว่า เป็นประโยชน์ในการแจ้งข่าวสารและแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างกันทั้งในเรื่องส่วนตัว ธุรกิจ หรือแม้แต่ในทางราชการ

ดังนั้น จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่นักปล่อยข่าวลือทั้งหลาย จะใช้ช่องทาง Line กลุ่มเหล่านี้ในการปล่อยข่าวมั่วบ้าง จริงบางส่วนบ้าง โดยหวังผลทางการเมือง ผลประโยชน์ทางธุรกิจหรือแม้แต่ทำไปด้วยความคึกคะนองและรู้เท่าไม่ถึงการณ์ จนทำให้ผู้ที่หลงเชื่อกลายเป็นเหยื่อในการปล่อยข่าวลือนั้น ต่อไปกันไปเรื่อยๆ

จึงอยากฝากมายังท่านผู้ใช้ Line Application ทั้งหลาย ได้โปรดระมัดระวังในการประโยชน์จาก Line เพื่อไม่ให้ตกเป็นเหยื่อของนักปล่อยข่าวลือทาง Line ดังต่อไปนี้

1.เมื่อได้รับข้อความใดๆ มาที่น่าสนใจและคิดว่า น่าจะเป็นประโยชน์ต่อตัวเองและผู้อื่น ให้อ่านข้อความนั้นอย่างละเอียด และเกิดความเข้าใจที่ชัดเจนเสียก่อน

2.หลังจากอ่านข้อความจนเข้าใจดีแล้ว ให้ตรวจสอบข้อมูลนั้นๆ ว่า เก่าหรือใหม่ ถูกต้องหรือไม่อย่างไร โดยนำข้อความสำคัญในข้อมูลนั้น ไปใส่ในช่องค้นหาของ Search Engine ต่างๆ เช่น Google หรือ Yahoo ฯลฯ โดยเลือกอ่านข้อมูลที่เกี่ยวข้องจากเว็บไซต์ที่น่าเชื่อถือ เช่น เว็บไซต์ของหน่วยราชการ หรือ เว็บไซต์ข่าวของหน่วยงานที่มีสื่ออื่นอยู่ด้วย เช่น ไทยรัฐออนไลน์ ที่มีการนำเสนอข่าวทั้งทางหนังสือพิมพ์และโทรทัศน์ เป็นต้น

3.หากยังไม่พบข้อมูลที่เกี่ยวข้อง ให้นำข้อมูลดังกล่าวไปโพสต์เพื่อสอบถามจากเพื่อนๆ หรือเพื่อนร่วมงานในกลุ่มที่น่าจะมีคนที่ทราบข้อมูลในเรื่องนั้นๆ หรือให้เพื่อนๆ ช่วยกันตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลเสียก่อน

4.เมื่อแน่ใจแล้วว่า ข้อมูลนั้นถูกต้อง จึงค่อยส่งต่อข้อความนั้นออกไปยังกลุ่มอื่นๆ ที่เราคิดว่า น่าจะได้รับประโยชน์จากข้อมูลนี้ โดยใส่วันที่ส่งข้อมูลนั้น พร้อมแหล่งข้อมูลที่ได้รับมากำกับไว้ เพื่อผู้ที่รับข้อมูลนั้นต่อไปกันไป จะได้ทราบอายุของข้อมูลพร้อมทั้งแหล่งที่มาของข้อมูลนั้น

เพียงเท่านี้ พวกเราทั้งหลายที่เป็นสมาชิกของ Line กลุ่มต่างๆ ก็จะไม่ตกเป็นเครื่องมือของนักปล่อยข่าวลือทาง Line อย่างแน่นอน…

@สื่อช่อสะอาด

You May Also Like

ใส่ความเห็น